การท่องเที่ยว

ไอเดียการเที่ยวอย่างสนุก

? การาจี การาจี การาจี? ผม

ทะเลอาระเบียน

พึมพำคำสามพยางค์อยู่ครู่ใหญ่ ในขณะที่ลากนิ้วมือไปบนแผนที่โลกผมลากจากด้ามขวานทองของไทยผ่านเมียนมาร์ลงทะเลอันดามัน ผ่านอ่าวเบงกอล ก่อนจะขึ้นฝังที่อินเดีย ลากสายตาตามไปสู่ทิศตะวันตก และที่ปากอ่าวทะเลอาระเบียน (Arablan Sea) ผมก็พบ MRACHI – การาจี ประเทศปากีสถาน

ถ้าบอกว่ากำลังจะไปการาจี มีคำถามยิงขี้นมาทันทีว่าจะไปทำอะไรที่นั่น ที่นั่นมีอะไรน่าสนใจหรืออย่างไรกัน ฟังคำถามเสร็จผมตอบเหมือนเรอว่า ?เออ นั่นน่ะสิไม่รู้เหมือนกัน?

ห่วงแรกถูกปลด เพราะแคชเมียร์ทีปากีสถานตั้งป้อมรบกับอินเดียอยู่บนเขาสูงทางตอนเหนือของประเทศ ห่างไกลจากการาจีเมืองชายฝังทะเลแสนไกล ผมดูแผนที่จากนิตยสารบนเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปชิฟิคที่กำลังเหินฟ้าสู่นครการาจี ประจำที่นั่งชั้นบิสสเนสคลาสเรียบร้อย ทุกคนดูจะเป็นคนใหม่สำหรับการไปเยือน อย่าว่าแต่การาจีเลยสำหรับปากีสถานด้วย ซึ่งก็รวมทั้งผู้บริการบนเครื่องบินของเราก็มาเป็นเที่ยวแรกเช่นกัน

หมึกดำจุ่มปลายพู่กันระบายสีให้ท้องฟ้าของการาจีมืดมิดเมี่อเรา-คณะตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวและสื่อมวลชนจากการเชิญชวนของสายการบินคาเธ่ย์ฯเดินทางมาถึงท่าอากาศยานเมืองการาจี

ห่วงต่อมาถูกปลด กลิ่นไม่แรงอย่างที่ คิด

สิ่งแรกที่สะดุดตาท่ามกลางการเดินทางบนท้องถนนของการาจี คือรถเมล์เล็กของการาจี ที่มีขนาดพอฟัดพอเหวี่ยงกับมีนิบัสบ้านเรา แต่บนตัวถังรถมีการวาดลวดลายสีสัน และยังมีการประดับตกแต่งด้วยเครื่องเคราหลายอย่างสีสันหน้าตาคล้าย เรือกอและ ผู้คนเบียดเสียดกันพอสมควร ที่น่าสังเกตคือผู้หญิงจะนั่งส่วนหน้ามีรั้วเหล็กกั้น ด้านหลังเป็นผู้ชายทั้งสิ้น เป็นเรื่องน่าสงสัยที่ต้องถาม ส่วนเรื่องการขับรถไม่ต้องพูดถึงสามารถไปขับมินิบัสบ้านเราได้สบายๆ

เรามีเรือนพักกายในการาจีอยู่ที่โรงแรมเชอราตัน ซึ่งที่ระเบียงของห้องพักมีมุ้งลวดกั้นไว้ด้วย สาเหตุก็เพราะนกกาสีดำที่บินว่อนอยู่เหนือฟ้าเมืองการาจีนั่นเอง ผมรู้สึกโชคดีอย่างหนึ่งที่ตรงข้ามโรงแรมมีร้านสะดวกชื้อเปิดขายของตลอด24 ชั่วโมง จึงสบายใจได้ว่าเกิดโหยหาขี้นมายามดึกดื่นจะสามารถหาอะไรทานบ้างว่าแล้วขอไปสำรวจก่อน

เป็นร้านที่ขายของสารพัด เพื่อนร่วมคณะผู้รักการดื่มเป็นชีวิตจิตใจเมียงมองไปที่ตู้แช่เย็นเพื่อหาเบียร์ดื่ม ปรากฏว่ามีแต่ยีห้อไม่คุ้นตา ทีกว่านั้นคือทุกยี่ห้อมีข้อความกำกับว่า Non Alcohol?

บ้านเราเป็นประเทศอิสลาม ทุกคนไม่ดื่มกันหรอกครับ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่มุสลิม คุณสามารถสั่งมาดี่มได้แต่ต้องเป็นในห้องพักของคุณเท่านั้น? ไกด์ของเราบอกในเช้าวันรุ่งขึ้น เมือเราเอ่ยปากถาม

?อ้อ ที่ตกแต่งสวยงามก็เพื่อดึงดูดใจผู้โดยสารไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เวลาเร่งๆ จริงๆ ก็ไม่ค่อยเลือกหรอกครับส่วนที่แบ่งกันเป็นผู้หญิงกับผู้ชายก็เป็นเรื่องศาสนาเหมือนกันครับ ถ้าผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานเขาจะไม่ให้ผู้ชายถูกต้องเนื้อตัว? เออ ก็ดีเหมือนกัน นอกจากจะเป็นตามหลักศาสนาแล้วยังถือว่าอำนวยความสะดวกให้กับผู้หญิงด้วย ไม่เชื่อลองนึกภาพรถแน่นๆ แล้วมีสาวในชุดส่าหรีโหนอยู่ที่ประตูรถ ไม่งามเลยใช่ไหมครับ

ไกด์หันกลับไปข้างหน้าในขณะที่รถตู้ของเราเดินทางออกนอกเมืองบนถนน Sharah-E-Faisal ถนนสายหลักของเมีองที่ผ่านทั้งย่านธุรกิจ บริษัทท่องเทียวและออฟฟิศสายการบิน และยังเป็นถนนสายที่ยาวที่สุดของการาจีด้วย

ออกจากเมืองมาเพียง 37 กิโลเมตรเราก็มาถึงชุกคันดิ (Chaukhandl) ทัศ-นียภาพที่นี้ใช้โทนสีน้ำตาลเหลืองเป็นหลักหน้าตาคล้ายทะเลทราย และท่ามกลางสายลมแล้งกับฝุ่นทรายก็ปรากฏสิ่งก่อสร้างแปลกตาหน้าตาเหมือนสถูปจำนวนมากตั้ง เรียงราย?

ที่นี้คือสุสานที่สร้างขึ้นมาในสมัยศตวรรษที่13-16 ที่เห็นอยู่สร้างขึ้นมาด้วยหินทรายสีเหลืองที่ได้รูปแบบการก่อสร้างจากปิรามิด แต่ละหลุมมีขนาดประมาณ 2 ฟุตครึ่ง ยาว 8 ฟุต และสูง 4-14 ฟุต?

?สำหรับการจำแนกว่าหลุมไหนเป็นชายหรือหญิง ให้ดูที่การแกะสลักบนตัวหลุม ถ้าเป็นหญิงจะมีรูป

เครี่องประดับต่าง ๆ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือต่างหู ถ้าเป็นชายจะเป็นรูปอาวุธ ม้า ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะแยกหญิงชายแล้ว รูปสลักยังบอกด้วยว่าเป็นคนนับถือศาสนาอะไรอย่างถ้าเห็นรูปปลา นกยูง ดอกไม้ หรืองูผู้ที่ละร่างนี้ไปเป็นฮินดู?คุณไกด์เล่าให้ฟังพร้อมชี้ให้ดูยังรูปสลักบนแท่นศิลา

?ที่นี่มีทั้งหมด 1,000 กว่าหลุมเท่านั้นหมายความว่า ?เป็นเพียงตัวอย่างก่อนจะไปดูของจริงกัน?

รถวิ่งไปบนเส้นทางสายไป-กลับคนละเลน ท่ามกลางภูมิประเทศที่แห้งแล้งรถวิ่งข้ามสะพานที่สังเกตุว่าครั้งหนึ่งสะพานเหล่านี้สร้างข้ามสิ่งที่เรียกว่าแม่น้ำ?ฝนไม่ตกมา 3 ปีแล้ว แต่ยังโชคดีอยู่บ้างที่เราได้น้ำจากทะเลสาบมาใช้? เราทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถามกัน ?เมื่อก่อนก็ตกดีอยู่หรอกครับ แต่มีคนวิเคราะห์กันว่าน่าจะเกิดจากการทดลองนิวเคลียร์?ภาพข่าวการยิงกันที่แคชเมียร์ ระหว่างปากีสถานกับอินเดียปรากฏแวบเข้ามาในสมอง ทันที

แล้วเราก็มาถึง ?ทัตตา (Thatta) อดีตเมืองหลวงของชินห์ (Slndh) สร้างในศตวรรษที่15 เป็นเมืองที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชได้มาพักทัพก่อนจะล่องเรือกลับอ่าวเปอร์เซีย?คุณไกด์เริ่มต้นหลังมื้อกลางวัน ?นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นเหมือนศูนย์กลางศิลปะในศาสนาอิสลามด้วย เพราะมีกษัตริย์มุสลิมถือเมืองนี้เป็นเมืองหลวงถึง 4 ราชวงศ์ไกด์พูดจบเมื่อรถมาจอดอยู่หน้ามัสยิดจาเมีย

?มัสยิดจาเมีย (Jamla Masjld) หรือมัสยิดชาห์จาฮัน (Shahjahan Masjid) สร้างเมื่อศตวรรษที่ 17 โดยบัญชาของพระเจ้าชาห์จาฮัน กษัตริย์แห่งโมกุลเรามาหยุดยืนอยู่ประตูทางเข้าของมัสยิดในรูปแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย ซึ่งเราไม่สามารถเดินเข้าทางประตูด้านหน้าได้ ?สถาปนิกผู้ออกแบบสร้างมัลยิดแห่งนี้ได้บอกไว้ว่า ให้นำศพของเขามาฝังไว้ที่ประตูหน้าแห่งนี้? และนั่นทำให้เราต้องไปฝากรองเท้า และเดินเข้าทางประตูด้านข้างแทน เราเดินผ่านบริเวณชำระล้างกายก่อนเข้าสู่โดมแรกทีประตูด้านหน้าแง้มอยู่ ?ที่นี่มีโดมทั้งหมด 33 โดม

กระเบี้องสีฟ้าที่เห็นอยู่นำมาจากอิหร่าน 65% เป็นของจริง ที่เหลือเป็นส่วนที่ทำเสริมขึ้นมา เห็นทียอดโดมไหม จะมีลำแสงส่องลอดเข้ามาแทนเข็มของนาฬิกาแสงสุริยะ?ทึงกับการออกแบบอยู่สักพัก จึงเดินตัดลานที่ในวันศุกร์จะมีมุสลิมนับหมื่นคนมาละหมาดกัน ถึงจะไม่ใหญโตอลังการเท่าไหร่นักแต่ดูลงตัวในการออกแบบ หรือบางทีอาจจะเป็นสฟ้าที่ทำให้มัสยิดแห่งนี้รู้สกเหมือนได้ใกล้ชิดพระเจ้ามากขี้น

?เรากำลังจะไปไหนกันนี่? เสียงหนึ่งถามลอดขึ้นมา ในขณะที่รถกาลังวิงผ่านส่งที่เรารู้จักแล้วว่า

คือหลุมศพ แต่นี่น่าจะกว่ากิโลเมตรเข้าไปแล้ว !

?ที่นี่คือ มักลิฮิลล(MaklI HlID หรือลิตเติลเมกกะ คุณกำลังยืนอยู่บนสุสานที่กินเนื้อที่ 6 ตารางไมล์

กับหลุมศพเป็นล้านหลุม? รถมาหยุดอยู่หน้าโบราณสถานที่แปลกตามองไปสุดตาคือแท่นศิลาทรายสีเหลืองน้อยใหญ่ ?ที่เห็นอยู่นี้เป็นสุสานของ? Nizamuddin กษัตริย์ในสมัยศตวรรษที่ 15 ซึ่งสร้างด้วยศิลปะแบบฮินดู สร้างอยู่ริมน้ำที่ครั้นยังมีชีวิตพระองค์ชอบที่จะมานั่งชมอาทิตย์อัสดงที่นี่? นอกจากจุดนี้อีกกว่า 500,000 หลุม

ก็เป็นหลุมศพในเชื้อพระวงศ์หรือเป็นข้าราชการชั้นสูงในอดีต อย่างที่หลุมศพของ Nawab Isa Khan ที่ดูใหญ่โตเป็นเหมือนพระราชวังขนาดย่อมมีสองชั้น

เราออกจากมักลิฮิลล์ และค่อย ๆ ออกจากทัตตาท่ามกลางสายลมแรง ดูว่าจะแรงและพักในทิศทางที่สม่ำเสมอ เพราะลำต้นของไม้ใหญ่สองข้างทางล้วนเอนตัวลู่ไปในทิศทางเดียวกันหมด บ่ายคล้อยคณะก็มาเหยียบยืนอยู่บนผืนดินที่เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญมาช้านาน ???นับได้ตั้งแต่ตัวเลขศตวรรษเริ่มต้นที่เลขตัวเดียว

บันบอร์ (Banbhore) เป็ญเมืองท่าโบราณสำคัญที่เชื่อมแม่น้ำสินธุที่ลึกเข้าไปถึงอินเดียกับอิหร่านกับทะเลอาระเบียนมีผู้มาอยู่อาสัยนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยชาวชีโท-พาร์เทียน เรื่อยมาด้วยชาวพุทธและฮินดูในศตวรรษที่? 2-8? และต้นศตวรรษที่ 8-13 กับชาวมุสลิม

?ช่วงสำคัญน่าจะอยู่ที่ช่วงศตวรรษที่ ?8 ?ที่มีการสร้างเมืองขี้นมาเป็นจุดการค้าขนถ่ายสินค้าจากยุโรปเข้าเอเซียไมเนอร์และอินเดีย หรือจากทางอาเซียนนำสินค้ามาขายทางอินเดียกับอิหร่าน คนสร้างเมืองนี้เชื่อว่าเป็นชาวฮินดูชื่อ Para? Dharam ซึ่งขณะสร้างมีประชากรอยู่ประมาณ 5,000 คน โดยมีหมู่บ้านอื่น ๆ ห่างออกไป

4 ไมล์ ซึ่งต่อมาก็มีชาวมุสลิมเข้ามาเป็นเจ้าชายนักรบหนุ่มจากอาระเบียอายุ 17 ?ปี นามโมฮัมมัดบินกาชิม(Mohammad Bin Qasim) ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชาวมุสลิมในดินแดนแถบ นี้ ?

สิ่งก่อสร้างที่เห็นท่ามกลางฝุ่นทรายที่ปลิวคลุกเคล้า ต้องอาศัยจินตนาการพอควร เพราะทะเลก็ถอยไกลออกไปนับ 3 กิโลเมตร ที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยก็เหลือเพียงบ่อน้ำ จุดที่เป็นบาชาร์ก็มีสภาพไม่ต่างกัน มัสยิดประจำเมืองก็มีเพียงลานกว้างสี่เหลี่ยม ถ้าขาดคนนำทางที่รู้เรื่องราวกับจินตนาการเสียแล้ว การมาเที่ยวบันบอร์คงไม่ต่างอะไรกับมาเที่ยวกลางฝุ่นทรายที่มีซากสิ่งก่อสร้างระเกะระกะ เท่านั้น

เช้าวันที่สองในการาจีมาถึง วันนี้เราจะเที่ยวเมืองการาจีอย่างจริง ๆ จัง ๆ และจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเช้าวันนี้ คือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติการาจี ชึ่งรวบรวมเรื่องราวประวัติความเป็นมาของชนเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ที่ดินแดนแห่งนี้? นับเนื่องมาได้ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมในอดีตที่แสดงออกทางเครื่องปั้นดินเผาเครื่องมือหิน สำริด เรื่อยมาจนถึงยุคของชาวพุทธและฮินดู และในที่สุดคือมุสลิมฯลฯ และที่เป็นข่าวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ว่าพบมัมมี่อายุเป็นพันปี และได้นำมาตั้งไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วย

ออกจากพิพิธภัณฑ์มาพบว่าบนท้องถนนเต็มไปด้วยผลพวงจากอาณานิคมอังกฤษ เมื่อเด็กหนุ่มออกมาเล่นคริกเก็ตริมถนนกันเต็มไปหมด และจุดที่เรากำลังจะไปชมก็เป็นหนึ่งผลพวงจากยุคอาณานิคม เช่นกัน

?โดบิกัต (DhobI Ghat) เป็นหมู่บ้านซักผ้าที่เริ่มจากรับชักผ้าให้กับทหารอังกฤษต่อเมื่ออังกฤษกลับไปกันแล้ว จึงรับจ้างชาวบ้านทั่วไปซักผ้า? ผ้านับหมื่นสะบัดพลิ้วอยู่บนราวเป็นเมตร ๆ กลิ่นน้ำยาชักผ้าต้องแตะจมูก คนหนุ่มซึ่งเป็น 1 ใน 3,000? กว่าคนกำลังฟาดผ้าลงกับแท่นชักดูขันแข็งยิ่งหมวกกันน็อกที่ใส่อยู่ทำให้สงสัยนักว่าเอาไว้กันผ้าน็อกหัว หรือกันว่าชักจนเป็นลมล้มไปหัวจะได้ไม่ฟาดพื้นกันแน่

จากโดบิกัต เราไปยังสถานที่ที่ไม่ควรพลาด สถานที่ที่สำคัญที่สุดของการาจีคืออนุสรณ์สถานของโมฮัมหมัดอาลีจินนาห์ผู้เป็นบิดาแห่งปากีสถาน เป็นโดมหินอ่อนสูง 31 เมตร ภายในเป็นหลุมศพของโมอัมหมัดอาลีจินนาห์ ?เหนือหลุมศพมีโคมไฟระย้าแก้วสีทองจากเมืองจีน และโดยรอบเป็นสวนพักผ่อนหย่อนใจ เราจึงพบปากีสถานนีสจำนวนมากใส่เสื้อผ้าแสนสวยชุดสุดเท่มาถ่ายรูปกันที่นี่ ชึ่งคงจะเป็นทุนนิยมมากจนขนาดว่ามีบริการรับถ่ายภาพด้วย

จากอนุสรณ์สถาน เราไปเที่ยวตลาดควีนวิกตอเรียเพลช ตลาดใหญ่ขายเครื่องเทศ ของชำ เนื้อลด กลิ่นคละคลุ้งจมูก ใครอยากซื้อถั่ว หรือใครชอบดื่มชาสามารถหาซื้อด้วยการชั่งตวงเป็นกิโล ส่วนด้านนอกจอแจไปด้วยรถราและผู้คน ด้านหน้าเป็นอาคารหอนาฬิกาสไตล์วิกตอเรียซึ่งช่างแตกต่างกับของที่ขายอยู่ภายในจริง ๆ

เย็นย่ำเราไปเหยียบยืนบนผืนทรายแห่งหาดโคปาคาบาน่าของการาจี คลิฟตันบีช (่Clifton Beach) บรรยากาศดูใกล้เคียงกันมาก แต่เปลี่ยนจากชุดทูพีชสลอนตาเป็นส่าหรีพลิ้วไหวแทน ดูเป็นที่นิยมของคนการาจีมาพักผ่อนหย่อนอารมณ์กันมากเหลือเกิน นอกจากนี้ยังมีบันเทิงเริงรมย์คล้ายหาดหัวหินด้วยบริการขี่ม้า แต่ที่น่าสนุกคือขี่อูฐ ซึ่งย้ายที่จากทะเลทรายมาอยู่บนหาดทรายแทน

วันสุดท้ายในการเยือนการาจีเราล่องทะเลอาระเบียนบนเรือใบธรรมชาติไม่ได้ออกไปชื่นชมความสวยงามของท้องทะเลแต่ออย่างใด แต่มีจุดหมายอยู่ที่ปู

เรือใบออกจากท่าด้วยการพ่วงท้ายเรือเมล์ลำหนึ่ง ??เมื่อออกพ้นท่าแล้วลูกเรือจึงกางใบ จากนั้นก็เอาไม้แผ่นใหญ่พาดกลางลำเรือโดยยึดไว้กับเชือก ปลายด้านหนึ่งยื่นออกไปนอกเรือเพื่อให้ลูกเรือคนหนึ่งออกไปนั่งถ่วงน้ำหนัก

เมื่อถึงที่หมาย คนเรือแจกอุปกรณ์ ในการตกปู เป็นเจ็ดที่เกี่ยวเหยื่อเอาไว้สายเบ็ดม้วนพันอยู่กับแผ่นไม้ ?ต้องตกปูขึ้นมาเพื่อมากินกัน? ในใจนึกว่าแล้วจะตกได้ไหมเนี่ย ใจชื้นขึ้นบ้างเมื่อเห็นว่าคนเรือทำแกงอะไรสักอย่างกลิ่นหอมฉุยพร้อมกับหยิบแผ่นนานขึ้นมาวางไว้

แดดเผาตัวแดง สายเบ็ดถูกนำขึ้นมาดูบ้างเป็นครั้งคราวบางเบ็ดเหยือแหว่งเว้าไปต้องขอเหยือเขามาเกียวใหม่ รอแล้วรอเล่าใจชื้นขึ้นมาอีกหน่อยเมื่อเห็นคนเรือเริมทอดปลา

ในที่สุดคนเรือก็เก็บอุปกรณ์ในการตกปู พร้อมกับเสิร์ฟปูที่ชื้อมาจากตลาดพร้อมกับปลาทอด แกงอะไรสักอย่างแผ่นนาน และสมทบด้วยข้าวกระป๋องจากเมืองไทยกับเครี่องชูรสนิดหน่อย ไม่มีใครตกปูได้เลยสักตัว แต่ไม่รู้ว่าเพื่อไม่ให้เสียเที่ยวหรือเปล่า เบ็ดของผมจึงเกียวได้หอยแมลงภู่มาหนึ่งพวงแทนปู

 

อาหารซีฟู้ดกลางทะเลแสนอร่อยโดยเฉพาะกับปูที่สดใหม่ เพื่อนร่วมคณะคนหนึ่งที่กินปูแบบละเอียดและชมวิวไปด้วยถึงกับตกใจเมื่อหันกลับมาปูก็หายไปเสียแล้ว สวนผมได้ยินข่าวว่าปลาทอดอร่อยมากแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารสชาติเด็ดอย่างที่เขารำลือหรือเปล่า

แล้วก็มาปิดท้ายรายการกันที่ย่านช้อปปิ้งบนถนน Zalbunlssa ซึ่งสองฟากฝั่งถนนคลาคล่ำไปด้วยร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึก ร้านผ้าไหม ชุดเสื้อผ้าสำเร็จรูปทั้งแบบสากลและแบบปากีสถานร้านขายพรมเครื่องประดับ ร้านขายรองเท้าทีเป็นแบบเจ้าชายอาหรับ ร้านหนังสือ หรือร้านฟาสต์ฟู้ดจากตะวันตก

ก็มารอท่าอยู่บนถนนสายนี้

เครื่องบินของสายการบินบินคาเธ่ย์แปซิฟิคเหินฟ้าออกจากการาจีเพื่อบินกลับกรุงเทพฯ ผมนึกถึงคำถามแรกที่รู้ว่าต้องมาการาจี ?ไปการาจีไปเที่ยวอะไร ? ถึงบรรทัดนี้เชื่อว่าน่าจะรู้คำตอบกันแล้ว นะ ครับ

?

?

เงินตรา

เงินปากีสถานเป็นหน่วยเป็นรูปี (Rs.) (1 รูปิ= 100 ไพซัส) แบ่งเป็นธนบัตรใบละ 1, 2, 5, 10,50, 100, 500 และ 1,000 รูป็ เหรียญราคา 1 และ2 รูปิ กับ 25 และ 50 ไพชัส (1 ดอลลาร์สหรัฐฯมีค่าประมาณ 56 รูปิ เมื่อเงินบาทมีค่า 41 บาท/ดอลลาร์ )

เวลา ทำงาน

วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 9.00-17.ิ00 น.วันศุกร์ 9.00-12.30 น. และ 14.30-17.30 น. โดย

ช่วงเวลาระหว่าง 12.30-14.30 น. จะหยุดสำหรับทานกลางวันและไปละหมาด สำหรับวันเสาร์เวลา

9.00-17.00 น. และวันอาทิตย์หยุดทำการ

 

อากาศ

เดือนเมษายน-ตุลาคม อากาศจะร้อนขื้น ถ้าจะเดินช้อปปิ้งแนะนำโห้เดินช่วงเย็น เพราะอากาศจะสบายกว่ากัน เยอะ เลยเดือนกรกฎาคมสิงหาคม มรสุมเข้า? เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม อากาศเย็นสบายเพราะเป็นช่วงหน้าหนาว

 

วีซ่า

นักท่องเทียวต้องทำวีซ่าก่อนเดินทางไปการาจี ณ สถานทูตปากีสถาน 31 ชอยนานาเหนือ 3ถ+สุขุมวิท กรุงเทพฯ 10110 โทร.253-0288-9 โดยนำหนังสือเดินทางรูปถ่าย 2 รูป หนังสือรับรองสถานภาพการทำงานจากที่ทำงานหนังสือเชิญจากทางปากีสถาน (ถ้ามี)และค่าธรรมเนียม 960 บาท (อยู่ได้30 วัน) ยื่นขอวีชาได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์วลา 9.00-12.00 น. ใช้เวลา 2-3 วันทำ การ

, , , ,

Leave a Reply